อยากหน้าใสไร้สิวให้เลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้

3 พฤติกรรม ทำให้เกิดสิวอุดตัน

การมีใบหน้าที่เนียนใส หน้าใสไร้สิว เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องการ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคของความสวยก็คือปัญหาหาสิว ที่แก้ไขได้ยาก โดยเฉพาะสิวอุดตัน ที่ไม่ว่าจะพยายามแก้ไขอย่างไรก็ไม่หายซักที ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวอุดตันนั้น เกิดการพฤติกรรมบางอย่างที่เราอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว ลองมาดูดีกว่าว่าพฤติกรรมอะไรที่ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเป็นสิวอุดตัน อยาก หน้าใสไร้สิว ให้เลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้

  1. ไม่ล้างหน้าก่อนนอน เชื่อว่าหลาย ๆ คนทราบอยู่แล้วว่าเราต้องล้างหน้าก่อนนอน เพราะในแต่ละวันนั้นผิวหน้าของเราต้องเผชิญกับ แสงแดด เชื้อโรค และฝุ่นละออง แถมยังเครื่องสำอางที่เราแต่งแต้มบนใบหน้า นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ดังนั้นจึงควรล้างหน้าให้สะอาด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งตกค้างอยู่บนใบหน้า จนทำให้เกิดสิวอุดตันนั้นเอง
  2. ไม่สครับผิว อายุที่เพิ่มมากขึ้นนั้น จะทำให้ประสิทธิภาพในก่อนผัดเซลล์ผิวทำงานน้อยลง จึงทำให้เซลล์ผิวเก่าไม่ยอมหลุดออกไปซักที จึงทำให้ใบหน้าของคุณดูหมองคล้ำ เพราะเกิดจากเซลล์ผิวเก่าที่สะสมอยู่บนใบหน้า แถมยังเข้าไปอุดตันตามรูขุมขนต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรสครับหน้าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
  3. ไม่ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย หลังจากการออกกำลังกายเสร็จแล้ว ใบหน้าของเราจะเต็มไปด้วยเหงื่อและแบคทีเรีย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ แล้วละก็ สิ่งเหล่านี้ก็จะไปอุดตันตามรูขุมขน ดังนั้นจึงควรรีบล้างหน้าหลังจากออกกำลังกายเสร็จ

หน้าใสไร้สิว

ปัญหาสิวอุดตันนั้น เกิดจากพฤติกรรมการดูแลผิวที่ผิด ๆ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญจึงเป็นเรื่องของความสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ลองนำขั้นตอนเหล่านี้ไปทำตาม จะช่วยแก้ปัญหาสิวอุดตัน ที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้

สมุนไพรบำรุงผมคู่ความงามของหญิงสาว

สมุนไพรบำรุงผม เพื่อผมสวยสุขภาพดี

เส้นผมคือเสน่ห์ความของหญิงสาวที่ชวนให้หลงใหลน่าสัมผัส แต่หลายคนก็ต้องมีปัญหาเรื่องผมเสีย ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย ผมแตกปลาย ผมไม่มีน้ำหนัก หากเป็นอย่างนี้คงต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนที่จะอาการหนักกว่านี้ สำหรับสมุนไพรบำรุงผมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้รักษาผมเสียต่างๆได้อีกทั้งยังเป็นของใกล้ตัวและปลอดสารพิษ ได้แก่

มะกรูดสมุนไพรบำรุงผม

  1. มะกรูด จะมีแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นมีส่วนช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะช่วยฟื้นฟูผมเสียทุกประการคืนความหนานุ่มให้ผมสลวยมีน้ำหนักเงางามขึ้น เพียงนำน้ำมะกรูดมาผสมกับน้ำและนวดเบาให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม วิธีนี้จะช่วยให้ผมไม่หงอกก่อนวัยได้ด้วยเช่นกัน
  2. อัญชัน ของดีที่หลายคนมองข้ามเพียงแค่เก็บดอกมาคั้นเอาน้ำและมาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะจะช่วยให้ผมนุ่มดกดำและเงางามและยังบำรุงผมแห้งเสียขาดง่ายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  3. ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรบำรุงผมที่มากคุณประโยชน์สำหรับสาวๆที่ชอบการทำสีผมหรือดัด ย้อมผม ให้นำเนื้อว่านหางจระเข้มาปั่นให้เข้ากันแล้วหมักผมทิ้งไว้ 30 นาที สามารถเติมน้ำมันมะกอกหรือไข่แดงลงไปเพื่อช่วยบำรุงก็ได้เช่นกัน จะทำให้ผมมีน้ำหนักนุ่มสลวยขึ้นทันที นอกจากนำมาหมักผมแล้วว่านหางจระเข้สามารถนำมาทำเป็นน้ำดับกระหายได้ดีทีเดียว
  4. ตะไคร้ เป็นสมุนไพรบำรุงผมได้ดีมากๆซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้กันมาก่อน สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องผมแตกปลายโดยนำตะไคร้สด 2-3 ต้นนำมาปั่นให้ละเอียดแล้วกรองเอาแต่น้ำและนำมาชโลมผมทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
  5. ส้มป่อย ก่อนสระผมลองใช้น้ำส้มป่อยมาล้างเส้นผมซึ่งจะเป็นการช่วยดีท็อกซ์เส้นผมหรือล้างสารพิษที่อยู่บนเส้นผมให้สะอาด การนำฝักส้มป่อยมาแช่ในน้ำที่สะอาดไว้ประมาณ 10-20 นาที สารซาโปนินของส้มป่อยจะมีคุณสมบัติคล้ายๆกับสบู่คือจะมีฟองเมื่อโดนน้ำ ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าลองทำ
  6. สมอไทย+มะขามป้อม จะช่วยในเรื่องของการดูแลเส้นผมให้นุ่มลื่นมีน้ำหนักจากการใช้สมุนไพรบำรุงผมแบบวิถีชาวบ้านโดยการนำสมอไทย ผสมกับมะขามป้อมในอัตรา 1:1 นำมาทอดในน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันทานตะวัน 2 ส่วน ให้มีสีเหลืองกรอบ หลังจากนั้นให้กรองเอาแต่น้ำมันมาหมักเส้นผมประมาณ 10 นาทีก่อนสระผม

สมุนไพรบำรุงผมที่อยู่ใกล้ตัวและมีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิดด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านที่เลือกใช้วิธีธรรมชาติบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพเส้นผมให้สลวยเงางามน่าสัมผัสห่างไกลจากสารเคมี

ร้อยไหมมีกี่แบบในปัจจุบัน

ข้อมูลเกี่ยวกับร้อยไหมในปัจจุบัน มีกี่แบบ

การ ร้อยไหม ยกกระชับใบหน้าเป็นที่นิยมกันเพิ่มมากขึ้น หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีกี่แบบ และมีผลข้างเคียงอะไรบ้างหรือมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ทำไมจึงเป็นที่นิยมสำหรับสาวๆ อย่างมากในปัจจุบันซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ คือ

ร้อยไหม

  1. ไหม Aptos threads หรือ Feather-Lift เป็นไหมที่ไม่ละลายและมีลักษณะเป็นก้างปลา ซึ่งปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้วเพราะเกิดปัญหาเมื่อใช้ไปนานๆ ตัวก้างปลาจะหัก ทำให้ผิวหน้าที่เคยตึงกระชับก็จะกลับมาหย่อนคล้อยได้หรือบางครั้งอาจมีแง่งไหมโผล่ออกจากผิวทำให้ต้องไปผ่าเอาออก
  2. ไหมทอง หรือ Gold Thread เป็นไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% มีขนาดประมาณเท่าเส้นผม โดย ร้อยไหม ให้เป็นลักษณะโครงตาข่ายในชั้นผิวหนัง ซึ่งไหมทองจะช่วยกระตุ้นการสร่างคลอราเจนและพังพืดใต้ชั้นผิวหนัง แต่การร้อยไหมนั้นก็มีข้อจำกัดคือจะมีค่าใช้จ่ายที่สูง เมื่อหลังทำควรเลี่ยงการทำเลเซอร์บางตัวเพราะจะทำให้ไหมทองนั้นขาดได้และไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้โลหะ เมื่อเกิดการแพ้อาจต้องรักษาโดยการผ่าตัด
  3. ไหม PDO หรือไหมละลายมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี ข้อดีคือ ไหมจะสามารถละลาหายไปเองภายใน 6-8 เดือน และช่วยกระชับผิวให้ตึงถึง 2-3 ปี และไม่เหลือผลข้างเคียงในอนาคต ไหมละลายเป็นไหมที่ใช้ในการเย็บแผลกล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด โอกาสที่จะแพ้นั้นมีน้อยมากที่สำคัญราคาถูกและเห็นผลหลังทำทันที 20-30% จากนั้นรอประมาณ 6-8 อาทิตย์เพื่อเห็นผลเต็มที่ และไม่ต้องรอพักฟื้นสามารถไปทำงานได้เลยอาจจะมีรอยช้ำบ้างแต่ก็สามารถทาแป้งปกปิดได้
  4. ไหม PGA (Polyglycolic Acid) เป็นไหมละลายซึ่งจะใช้เวลานานกว่า PDO ประมาณ 10 เดือนในการละลายที่นิยมในปัจจุบันคือไหมกรวย ซึ่งจะมีเทคนิคการร้อยใกล้เคียงไหมเงี่ยง

ร้อยไหม เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยได้รูปตามต้องการเสริมกรอบหน้าให้ดูคมชัดยิ่งขึ้นและช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ให้ดูจางลง รวมถึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลาเจนใต้ผิวหนังและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง จึงไม่แปลกใจว่าทำไมสาวๆ ถึงนิยมทำกันมาก ที่สำคัญเมื่อทำเสร็จแล้วไม่ต้องรอการพักฟื้นเหมือนกับการผ่าตัดศัลยกรรมแบบอื่น รวมถึงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเช่น เล่นกีฬา ทำงานบ้าน ดูหนัง ฟังเพลง ท่องเที่ยว ทำได้เต็มที่และแต่งหน้าอวดผิวสดใสเต่งตึงได้ทนที หากมีรอยเขียวบนใบหน้าหลังจากการร้อยมาก็สามารปกปิดด้วยแป้งหรือคอนซีเลอร์ได้โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบ จึงเป็นทางเลือกที่นิยมกันมากในสาว 30 อัพนั่นเอง