ปัญหาสุขภาพผู้ชายที่ควรรู้

Health

หลายๆ ครั้งเราจะพบว่าเป็นผู้ชายไม่ค่อยดูแลตัวเองสักเท่าไหร่เพราะอายุมากขึ้นก็ทำให้มีโรคเจ็บป่วยมารุมเร้า วันนี้เราเลยมีบทความดีๆเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและการดูแลสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้ชายมาฝากตามไปดูกันเลยครับ

สุขภาพผู้ชาย

ปัญหาสุขภาพผู้ชายที่ควรรู้

มีปัญหาเกี่ยวกับการฉี่ ให้คุณลองสังเกตดูตัวเองสิว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการฉี่หรือการปัสสาวะบ้างหรือไม่เช่นเป็นคนที่ฉี่บ่อยหรือฉี่ยากซึ่งปัญหาเกี่ยวกับการประสวานนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมากและสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัยระดับปฏิบัติในผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หากคุณมีอาการเหล่านี้อนาคตอาจเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่อมลูกหมากก็ได้แล้วยังเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยแต่หากเราตรวจพบเร็วโรคมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นสามารถรักษาได้และมีโอกาสหายแบบถาวรมากถึงร้อยละ 98 เลยทีเดียวดังนั้นอย่ามองข้ามเรื่องการฉี่ของคุณ

ความต้องการทางเพศลดลงหรือเรียกว่าโรคสมรรถภาพทางเพศหย่อนซึ่งจากการวิจัยทางของต่างประเทศระบุว่าบลูสกายที่มีอายุในช่วง 40-70 ปีประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ปีใหม่ ปีมักเป็นโรคเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศด่วนซึ่งอาจจะเกิดจากความเครียดหรือความกังวลต่างๆที่ทำงานหรือร่างกายไม่แข็งแรงหรือไม่ถึงอาจจะมีโรคป่วยอื่นๆเช่นโรคเบาหวานโรคหัวใจเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อม

ปัญหาเรื่องกรดไหลย้อนสําหรับกรดไหลย้อนจะมีอาการแสดงออกให้เห็นคือมีอาการแสบร้อนบริเวณกลางหน้าอกซึ่งอาจเกิดจากการกินอาหารครั้งละมากๆหรือคนที่ชอบกินอาหารแล้วนอนทันทีไม่รอให้อาหารย่อยก่อนตัวนี้ก็จะทำให้เป็นกรดไหลย้อนได้ง่ายหรือคนที่กินเหล้ากินเบียร์เยอะเยอะๆสูบบุหรี่เยอะเยอะๆหรือคนที่อ้วนตัวใหญ่ก็มีโอกาสที่จะเป็นกรดไหลย้อนได้ไงวิธีการป้องกันเบื้องต้นของคนที่เป็นกรดไหลย้อนก็คือเราสามารถซื้อยาลดกรดมากินเพื่อบรรเทาอาการไข้ทุเลาลงได้แต่การรักษาระยะยาวนั้นก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุนั่นก็คือสำหรับใครที่ชอบกินเหล้ากินเบียร์สูบบุหรี่ก็ต้องปรับรถให้น้อยลงและควรหันมาออกกำลังกาย สักของคุณให้อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่อย่างนั้นหากเราปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลเสียกับร่างกายและเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ในอนาคตดังนั้นอย่าชะล่าใจนะครับ

โรคมะเร็งอัณฑะ ในกลุ่มผู้ชายระหว่างช่วงอายุตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 40 ปีมีความเสี่ยงที่อาจจะมีความผิดปกติดังนั้นลองสังเกตดูว่าถ้าของคุณมีความผิดปกติหรือมีอาการอื่นๆที่เขาขายหรือไม่เช่นในครอบครัวของเรามีใครที่เคยเป็นโรคมะเร็งอัณฑะหรือไม่หรือบางคนอาจจะเป็นตั้งแต่กำเนิดคือมีภาวะอัณฑะไม่ลงถุงหากคุณมีความรู้สึกว่าหนักหน่วงบริเวณอัณฑะควรไปให้แพทย์ตรวจเพื่อหาสาเหตุเพื่อป้องกันหากตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งอัณฑะจะได้วางแผนเพื่อทำการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้มันลุกลาม

อาหารที่ผู้ป่วยโรค SLE ห้ามกิน

Health

คุณรู้จัก โรค SLE หรือไม่ในประเทศไทยอาจจะคุ้นชื่อโรคพุ่มพวงกันเสียมากกว่า วันนี้เราจะมาแนะนำการเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วย โรค SLE ที่ถูกต้อง ว่าควรเลี่ยงอาหารประเภทไหน ถ้าไม่อยากให้อาการทรุดหนักมาดูไปพร้อมพร้อมกันเลยค่ะ

โรค SLE

อาหารที่ผู้ป่วยโรค SLE ห้ามกิน

โรค SLE หรือ โรคแพ้ภูมิของตัวเองสาเหตุหลักๆ ของโรคนี้เกิดจากความปกติของการสร้างสมกันในร่างกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ ที่อยู่ภายนอกร่างกายแต่ผู้ป่วยที่เป็น โรค SLE นั้น ร่างกายกลับต่อต้านภูมิคุ้มกันของตัวเองทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายนั้นมีการอักเสบ ในกรณีที่มีอาการรุนแรงก็จะไปทำลายอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ปอด หัวใจ ระบบประสาท ไต เป็นต้น ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยโรคนี้จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษโดยวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องอาหารและการกินที่ถูกต้อง

อาหารอะไรบ้างที่ผู้ป่วยโรคนี้ห้ามกิน

ทั้งการแพทย์เองก็ยังไม่ได้ระบุชัดเจนนักว่าอาหารประเภทไหนที่จะส่งผลกระทบกับ โรค SLE แต่โดยหลักหลักแล้วก็ควรจะต้องได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่และงดอาหารสุกๆ ดิบๆ กรุงไม่ถูกสุขลักษณะ

1. เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงสูงอาหารจำพวกของทอดของมันทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นขนมเค้กเฟร้นฟรายโดนัทหรือขนมขบเคี้ยวต่างๆ รวมไปถึงอาหารพวกฟาสต์ฟู้ดซึ่งมีน้ำมันค่อนข้างเยอะและไขมันที่ไม่จำเป็นค่อนข้างมากอาหารที่มีไขมันเยอะอาจส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูงซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ๆ กับร่างกายของเราและเสี่ยงต่อการที่จะเป็นโรคอื่นอื่นแทรกซ้อนเช่นโรคเบาหวานได้ด้วย
2. เลี่ยงการดื่มกาแฟหรืออาหารเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา น้ำอัดลม แบบนี้เป็นต้น รวมไปถึงเครื่องดื่มที่ชูกำลังต่างๆ
3. อยากกินอาหารที่มีรสเค็มมากๆ ผู้ป่วยที่เป็น โรค SLE ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม อาหารที่มีโซเดียมเยอะๆ เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตและโรคความดันสูง
4. เลี้ยงกระเทียมเราอาจจะเป็นที่รู้กันดีละว่ากระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย แต่กระเทียมมีสารบางชนิดที่อาจทำให้ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรค SLE ผิดปกติได้ เช่น มีเลือดออกในร่างกายดังนั้นควรเรียกกระเทียมและอาหารจำพวกหน่อไม้ทั้งหลาย

แล้วก็หาอะไรล่ะที่คนที่ป่วยเป็น โรค SLE ควรรับประทานนอกจากอาหารทั้ง 5 หมู่ แล้วก็ลองเลือกรับประทานแคลเซียมเสริมอาจจะเป็นแคลเซียมจากธรรมชาติ เช่น ดื่มนมถั่วเหลือง หรือกินข้าวโอ๊ต หรืองาผู้ป่วย SLE มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ดังนั้นควรกินอาหารที่มีแคลเซียมเพิ่มบำรุงกระดูกให้แข็งแรง นอกจากแคลเซียมแล้วก็มีวิตามินดี เพราะทางการแพทย์ระบุว่าผู้ป่วย SLE ควรเลี่ยงแดด ไม่ควรตากแดดนานๆ ทำให้ผู้ป่วย โรค SLE อาจขาดวิตามินดีที่ได้รับจากแสงแดด ดังนั้นการเลือกรับประทานวิตามินดีเสริมก็จะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดวิตามิน และสิ่งสำคัญนอกจากการรับประทานอาหารแล้วผู้ป่วยก็ต้องมีสุขภาพจิตที่ดีและควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้จิตใจแจ่มใสดื่มน้ำเยอะๆ ร่างกายจะได้รู้สึกสดชื่น