ขั้นตอนของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ขั้นตอนของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ทำความสพอาดห่อนผ่าตัด โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดเพื่อทำความสะอาดให้ทั่วบริเวณ
  2. ก่อนผ่าตัด หมอจะฉีดยาชาก่อน ตรงบริเวณที่จะผ่าตัดเพื่อลดอาการเจ็บขณะผ่าตัด
  3. การผ่าตัดหมอจะผ่าตัดโดยเปิดแผลตรงบริเวณฟันกรามด้านบนซี่ที่หนึ่ง ด้านกระพุ้งแก้ม แล้วกรีดเปิดแผลยาวประมาณ 1เซนติเมตรหรือ 1.5 เซนติเมตร การกรีดจะกรีดผ่านกล้ามเนื้อหลายชั้นจนเข้าไปถึงชั้นไขมันที่จับกลุ่มเป็นก้อนๆ ตรงกระพุ้งแก้ม จากนั้นหมอก็จะค่อย ๆ เลาะไขมันนั้นออก พวงไขมันนั้นอาจมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน อาจมีการตัดไขมันบางส่วนหรือตัดหมดทั้งพวงก็ได้ ในกรณีที่คนไข้มีไขมันแก้มเยอะ หรือบริเวณนั้นมีไขมันเหลือมาก ก็อาจจะใช้การดูดไขมันร่วมด้วย โดยการใช้ท่อดูดไขมันผ่านแผลบริเวณช่องปาก ซึ่งจะใช้องค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าแต่ละบุคคลด้วย
  4. แพทย์จะทำให้เลือดหยุดไหลโดยการจี้ไฟฟ้าตรงบริเวณผ่าตัด จากนั้นก็ทำการเย็บปิดปากแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งหลังจากการผ่าตัดแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มนั้น ในช่วงระยะเวลา 1 ถึง 2 สัปดาห์แรก อาจจะทำให้เกิดอาการบวมช้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่สาว ๆ ไม่ต้องตกใจไป ซึ่งเราสามารถบรรเทาอาการด้วยการประคบเย็น จะช่วยทำให้อาการบวมลดลงได้ และหายไปเองในที่สุด โดยใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ภายใน 1 เดือน และจะเห็นผลอย่างชัดเจนที่สุดภายใน 2 ถึง 3 เดือน ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าหน้าเรียวเล็กลง ดูรีวิวที่นี่ MaShare

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดกระพุ้งแก้ม

  • ในการผ่าตัดช่วง 1 – 2 วันแรกของการผ่าตัด ให้หมั่นประคบเย็นบ่อย ๆ เพื่อลดอาการบวมช้ำ พอเริ่มเข้าวันที่ 3 ให้เปลี่ยนมาประคบด้วยน้ำอุ่น
  • การรับประทานอาหารนั้น ให้เปลี่ยนมารับประทานอาหารอ่อน งดการทานอาหารรสจัด และจำต้องงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในระยะเวลา 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  • หลังจากรับประทานอาหารทุกครั้ง ต้องทำความสะอาด ด้วยน้ำยาบ้วนปากเพื่อป้องกันการติดเชื้อและอักเสบ ที่อาจเกิดขึ้นได้
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และต้องไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งด้วย

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรม

การทำศัลยกรรมทุกชนิดล้วนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มก็เช่นกัน ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นวันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่า ความเสี่ยงหลังจากการทำศัลยกรรมนั้นมีอะไรกันบ้าง

  • อาการน้ำคั่งในผิว อาการนี้จะเกิดขึ้นในบริเวณที่ได้รับการผ่าตัด เกิดเนื่องจากน้ำเหลืองไหลไปคั่งอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่อาการร้ายแรงแต่อย่างใด ซึ่งวิธีการรักษาที่ดีที่สุด ก็คือการเจาะและดูดน้ำออกไปให้หมด
  • อาการเนื้อตาย อาการเนื้อตายนั้นเกิดขึ้นได้จากการเป็นมะเร็ง การอักเสบอย่างต่อเนื่อง ติดเชื้อ หรือเกิดจากเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงเนื้อเยื้อได้อย่างเพียงพอ แต่หลังจากการผ่าตัด หากสามารถดูแลรักษาความสะอาดแก่บาดแผลเป็นอย่างดี ก็จะไม่ต้องเจอกับสภาวะเช่นนี้ ซึ่งสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ จะมีเสี่ยงที่ทำให้ให้เกิดภาวะเนื้อตายหลังการผ่าตัดศัลยกรรมมากกว่าปกติ เพราะสารเคมี ที่มีอยู่ในบุหรี่นั้น จะทำให้เลือดไหลเวียนของเลือดผิดปกตินั้นเอง

#ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี